





























Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
All
จากอิบนุอับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัม กล่าวว่า : "มีความโปรดปราน(เนี๊ยะมะฮ์)สองประการ ที่มนุษย์ส่วนมากละเลย คือ สุขภาพดีและการมีเวลาว่าง"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัมได้กล่าวถึง สองความโปรดปรานอันยิ่งใหญ่ ที่อัลลอฮ์ทรงประทานให้กับมนุษย์ นั่นคือ การมีสุขภาพดี และ มีเวลาว่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากมักไม่เห็นคุณค่า และใช้ไปในทางที่ไม่เหมาะสม หากมนุษย์มีทั้ง สุขภาพดี และ เวลาว่าง แต่ปล่อยให้ ความเกียจคร้าน ครอบงำ ไม่ใช้สองสิ่งนี้ในการเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮ์ คนผู้นั้นจะกลายเป็น ผู้ขาดทุน และนี่คือสภาพของคนส่วนใหญ่ แต่หากเขาใช้เวลาว่างและสุขภาพที่ดีของเขาในการเชื่อฟังอัลลอฮ์ เขาย่อมเป็นผู้ที่ได้กำไร เนื่องจากโลกนี้คือไร่เพาะปลูกสำหรับโลกหน้า และในโลกนี้คือการค้าขายที่ผลกำไรจะปรากฏในโลกหน้า อีกทั้งเวลาว่างย่อมถูกแทนที่ด้วยความยุ่ง และสุขภาพย่อมถูกแทนที่ด้วยความเจ็บป่วย และหากไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากความชรา ก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นบทเรียนแก่เขา
จากอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวระหว่างการสุญูด ว่า : «اللهُمَّ اغْفِرْ لِي ذَنْبِي كُلَّهُ دِقَّهُ، وَجِلَّهُ، وَأَوَّلَهُ وَآخِرَهُ وَعَلَانِيَتَهُ وَسِرَّهُ» ความว่า“ข้าแต่พระเจ้า โปรดอภัยโทษในความผิดบาปทั้งหมดของฉัน ทั้งเล็กและใหญ่ ทั้งตอนต้นและตอนสุดท้าย ทั้งที่เปิดเผยและที่ซ้อนเร้น”
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม วิงวอนขอระหว่างการสุญูดของเขา โดยกล่าวว่า: (ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงอภัยบาปของข้าพเจ้าด้วย) คือ ด้วยการปกปิดมัน และปกป้องข้าพเจ้าจากบาปนั้น ด้วยการที่พระองค์ทรงให้อภัย มองข้ามและลบล้างมัน (ทั้งหมดนี้) คือ ฉันหมายถึง: (บาปเล็ก ) คือทั้งเล็กและจำนวนน้อย (และบาปใหญ่) คือทั้งใหญ่และจำนวนมากมาย (และตอนเริ่มต้น) คือบาปแรก (และตอนจุดจบ) คือสิ่งที่อยู่ระหว่างมันทั้งสอง (ทั้งที่เปิดเผยและที่ลับ) ซึ่งไม่มีผู้ใดรู้นอกจากพระองค์ มหาบริสุทธิ์แด่พระองค์
จากอบู อัดดัรดาอ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "แท้จริงผู้ที่ชอบสาปแช่ง จะไม่ได้เป็นพยานหรือผู้ช่วยเหลือ (คนอื่น) ในวันกิยามะฮ์"
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้เอาไว้บอกว่า ผู้ใดที่สาปแช่งผู้อื่นอย่างพร่ำเพรื่อโดยไม่มีความสมควร เขาย่อมสมควรได้รับโทษสองประการ: ประการแรก: เขาจะไม่ได้เป็นพยานในวันกิยามะฮ์แก่บรรดาประชาชาติ เนื่องจากบรรดาศาสนทูตของพวกเขาได้แจ้งสาส์นแก่พวกเขา และการเป็นพยานของเขาจะไม่เป็นที่ยอมรับในโลกนี้ เนื่องจากการผิดศีลธรรมของเขา และเขาไม่สมควรได้รับการตายชะฮีด คือการถูกสังหารในหนทางของอัลลอฮ์ ประการที่สอง: เขาจะไม่สามารถให้การช่วยเหลือผู้ใดได้ในวันกิยามะฮ์ ในขณะที่บรรดาผู้ศรัทธา ต่างพากันให้การความช่วยเหลือแก่พี่น้องของพวกเขาที่ได้รับการลงโทษในนรก."
จากซัลมาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริงแล้ว พระเจ้าของพวกท่านเป็นผู้ที่มีความละอายและทรงใจบุญอย่างยิ่ง พระองค์ทรงละอายต่อบ่าวของพระองค์ เมื่อเขายกมือของเขาขึ้นวิงวอนขอต่อพระองค์ แล้วทรงปล่อยให้มือทั้งสองของเขาลดลงมาสู่จุดเดิมอย่างว่างเปล่า (โดยไม่ได้รับสิ่งใด)."
บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอิบนุมาญะฮ์ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สนับสนุนให้ยกมือขึ้นขณะขอดุอาอ์ และท่านนบีได้บอกว่า อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ทรงมีความละอายยิ่ง และจะไม่ทรงปฏิเสธที่จะประทานสิ่งใด พระองค์ทรงกระทำแก่บ่าวของพระองค์ในสิ่งที่ทำให้เขามีความสุข และทรงละเว้นในสิ่งที่จะทำให้เขาเดือดร้อน พระองค์ทรง มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ (ใจบุญ)ทรงประทานโดยไม่ต้องมีการร้องขอ แล้วถ้าเกิดการขอดุอาอ์ล่ะ จะเป็นยังไง! พระองค์จะทรงละอายต่อบ่าวผู้ศรัทธาของพระองค์ ที่จะทรงปล่อยให้มือของเขาซึ่งยกขึ้นขอวิงวอน กลับไปอย่างว่างเปล่า โดยปราศจากการตอบรับ
จากท่านหญิงญุวัยรียะฮ์ มารดาของผู้ศรัทธา เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ออกไปจาก ณ ที่นางในตอนเช้าตรู่ ในตอนที่ท่านละหมาดศุบฮิเสร็จสิ้นเเล้ว ในขณะที่นางอยู่ในสถานที่ละหมาดของนาง(โดยนั่งรำลึกถึงอัลลอฮ์) หลังจากนั้นท่านได้กลับมาหลังจากเวลาสาย ในขณะที่นางยังคงนั่งอยู่(ยังคงนั่งรำลึกถึงอัลลอฮ์อยู่) ท่านจึงกล่าวว่า : "เธอยังคงอยู่ในสภาพที่ฉันจากเธอไปกระนั้นหรือ ?" นางตอบว่า : "ใช่เเล้ว" ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า : "เเท้จริงฉันได้กล่าวหลังจากที่ได้ออกไปจากที่เธอไปด้วยสี่ถ้อยคำ เป็นจำนวนสามครั้งด้วยกัน ถ้าหากว่ามันถูกนำมาชั่งกับสิ่งที่เธอได้กล่าวมาตั้งเเต่เช้านั้น เเน่นอนมันจะมีน้ำหนักเท่ากัน นั่นคือถ้อยคำที่ว่า : "ซุบฮานัลลอฮิ วะบิฮัมดิฮิ อะดะดะ คอลกิฮิ วะริฎอ นัฟซิฮิ วะซินะตะ อะรชิฮิ วะมิดาดะ กะลิมาติฮ์"ความว่า : มหาบริสุทธิ์เเด่อัลลอฮ์ เเละด้วยการสรรเสริญต่อพระองค์(อันมากมาย) ตามจำนวนสรรพสิ่งทั้งหลายที่ถูกสร้าง ตามความพึงพอพระทัยของพระองค์ ตามน้ำหนักบัลลังก์(อะรัช)ของพระองค์ เเละตามจำนวนน้ำหมึกแห่งพจนารถของพระองค์"
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ออกจากที่ของภรรยาของท่านมารดาแห่งศรัทธาชนท่านหญิง ญุวัยรียะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ในตอนเช้าของการละหมาดศุบฮิ ขณะที่เธอนั่งรำลึกถึงอัลลอฮ์อยู่ แล้วท่านก็กลับมาในเวลาสาย และนางก็ยังนั่งอยู่ในที่ของนาง แล้วกล่าวว่า: เจ้ายังอยู่ในสภาพเดิมที่ฉันจากเจ้าไปใช่หรือเปล่า? เธอกล่าวว่า: ใช่แล้ว แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: ฉันกล่าวคำพูดสี่คำหลังจากที่ฉันจากเจ้าไป และฉันกล่าวซ้ำสามครั้ง หากนำคำพูดเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ท่านกล่าวตลอดเวลาที่ท่านนั่งอยู่ คำพูดเหล่านั้นจะมีน้ำหนักมากกว่าในแง่ของผลบุญ: (มหาบริสุทธิ์แด่พระเจ้า) และให้ความบริสุทธิ์แด่พระองค์จากข้อบกพร่องทั้งหลาย (และการสรรเสริญจงมีแด่พระองค์) เนื่องจากพระองค์ทรงได้รับคำสรรเสริญอันงดงาม ซึ่งพระองค์ทรงชี้นำสู่หนทางนี้ (จำนวนสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง) ซึ่งไม่มีใครสามารถนับได้เว้นแต่พระเจ้า (และความพอใจในพระองค์เอง) เท่าที่พระองค์ทรงพอพระทัยบรรดาปวงบ่าวของพระองค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถวัดหรือประมาณได้ (น้ำหนักแห่งบัลลังก์ของพระองค์) ซึ่งเป็นสิ่งถูกสร้างที่ยิ่งใหญ่และหนักที่สุด (และหมึกของพระวจนะของพระองค์) คำพูดของพระเจ้านั้น ไม่สามารถจำกัดหรือหมดสิ้นได้ คำกล่าวนี้ครอบคลุมความหมายทั้งสามมิติ เพราะหมึกที่ใช้ในการบันทึกคำพูดของพระองค์ ผู้ทรงบริสุทธิ์นั้น ไม่มีที่สิ้นสุดทั้งในแง่ของความยิ่งใหญ่ คุณลักษณะ และจำนวนของมัน แต่ความหมายคือ การเน้นให้เห็นถึงความมากมายยิ่งใหญ่ เพราะพระองค์กล่าวถึงสิ่งที่จำกัดด้วยการนับจำนวนมากมายของสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น จากนั้นทรงยกระดับไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น โดยแสดงออกด้วย 'ความพอพระทัยของพระองค์เอง' และต่อมาคือ 'น้ำหนักของบัลลังก์' ซึ่งเป็นสิ่งสร้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ดังนั้น สิ่งแรกสื่อถึงจำนวนและปริมาณ สิ่งที่สองสื่อถึงคุณลักษณะและคุณภาพ และสิ่งที่สามสื่อถึงความยิ่งใหญ่และน้ำหนักอันมหาศาล
จากท่านอบูฮุรัยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "ไม่มีหมู่ชนใดที่นั่งร่วมวงสนทนากัน แล้วพวกเขาไม่ได้รำลึกถึงอัลลอฮ์ และไม่ได้กล่าวประสาทพร(ศอลาวาต) แก่นบีของพวกเขา ในวงสนทนานั้นเลย เว้นแต่ว่ามันจะกลายเป็นความเสียใจ (หรือความสูญเสีย) สำหรับพวกเขา และหากพระองค์ทรงประสงค์ พระองค์จะลงโทษพวกเขา และหากพระองค์ทรงประสงค์ พระองค์จะทรงอภัยโทษให้แก่พวกเขา"
บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอันนะซาอีย์ในหนังสืออัลกุบรอท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เตือนไม่ให้เพิกเฉยต่อการรำลึกถึงอัลลอฮ์ โดยกล่าวว่า ไม่มีหมู่ชนใดที่นั่งในวงสนทนาหนึ่ง แล้วพวกเขาไม่ได้รำลึกถึงอัลอฮ์ ตะอาลา และไม่กล่าวประสาทพรแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในวงสนทนานั้นเลย เว้นเสียแต่ว่าวงสนทนานั้นจะได้รับแต่ความเสียใจ ความโศกเศร้า ขาดทุน และความบกพร่องในวันกิยามะห์ หากพระองค์ทรงประสงค์ พระองค์จะลงโทษพวกเขาเนื่องจากบาปที่ผ่านมาและความบกพร่องในอนาคต และหากพระองค์ทรงประสงค์ พระองค์จะทรงอภัยให้พวกเขา ด้วยความโปรดปรานและความเมตตาของพระองค์
จากญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "แท้จริงผู้ที่ฉันรักมากที่สุด และจะได้อยู่ใกล้ชิดกับฉันมากที่สุดจากหมู่พวกท่านในวันกิยามะฮ์ คือ คนที่มีมารยาทดีงามที่สุดในหมู่พวกท่าน และแท้จริงผู้ที่ฉันเกลียดมากที่สุด และจะได้อยู่ห่างไกลฉันมากที่สุดในวันกิยามะฮ์ คือ คนพูดมาก และคนที่ชอบพูดจาเยิ่นเย้อใช้สะบัดสำนวนเพื่อโอ้อวดคนอื่น และผู้ที่ชอบใช้วาจายกตนข่มท่าน" พวกเขาก็กล่าวถามว่า: โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ พวกเรารู้ถึงคำว่า คนพูดมาก และคำว่า ผู้ที่ชอบพูดจาเยิ่นเย้อใช้สะบัดสำนวนเพื่อโอ้อวดคนอื่น แต่คำว่าผู้ที่ชอบใช้วาจายกตนข่มท่านคืออะไรกันเล่า? ท่านกล่าวตอบว่า: "คือผู้ที่มีความเย่อหยิ่งจองหอง"
บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แจ้งว่าผู้ที่ท่านรักมากที่สุดในโลกนี้และอยู่ใกล้ท่านมากที่สุดในการพบปะกันในวันฟื้นคืนชีพ คือ ผู้มีศีลธรรมที่ดีที่สุดในหมู่พวกเจ้า และผู้ที่ท่านเกลียดชังจากพวกเจ้ามากที่สุดในโลกนี้ และพวกที่จะอยู่ห่างจากท่านมากที่สุดในการพบปะกันในวันกิยามะฮ์ คือ พวกที่ประพฤติผิดศีลธรรมที่เลวร้ายที่สุด (คนพูดมาก ) พูดมากด้วยความชอบและบิดเบือนความจริง (ผู้ที่ชอบพูดจาเยิ่นเย้อใช้สะบัดสำนวนเพื่อโอ้อวดคนอื่น) คือบรรดาผู้ที่พูดคุยอย่างกว้างขวางและยกย่องคำพูดของพวกเขาโดยไม่มีความระมัดระวัง (วาจายกตนข่มท่าน) พวกเขากล่าวว่า: โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ คนพูดมากและผู้ที่ชอบพูดจาเยิ่นเย้อใช้สะบัดสำนวนเพื่อโอ้อวดคนอื่น เราได้ทราบแล้ว ดังนั้นพวกวาจายกตนข่มท่านคืออะไร? เขากล่าวว่า: ผู้หยิ่งผยอง ผู้ที่เยาะเย้ยผู้คน โดยชอบขยายเรื่องราว ชอบให้ผู้อื่นเกิดความแปลกใจ เพื่อโอ้อวด ยกตน และแสดงตนว่าเหนือผู้อื่น
จากอับดุลลอฮ์ บิน อัมร์ บิน อาศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา กล่าวว่า แท้จริงท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า : "ผู้ที่ได้รับความสำเร็จ คือ คนได้รับอิสลามอย่างแท้จริง และเขาได้รับปัจจัยยังชีพที่เพียงพอ และอัลลอฮ์ได้ให้เขาซึ่งความพึงพอใจในสิ่งที่พระองค์ได้ประทานให้แก่เขา"
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ชี้แจงว่า ผู้ใดที่ยอมจำนนต่อพระเจ้าของเขา(อัลลอฮ์) แล้วได้รับทางนำสู่อิสลาม ได้รับปัจจัยยังชีพจากสิ่งที่ฮะลาลในปริมาณที่พอดีแก่ความต้องการของเขา ไม่มากหรือน้อยเกินไป และพระเจ้าได้ทรงทำให้เขาพึงพอใจและขอบคุณในสิ่งที่พระองค์ประทานให้ ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ที่ได้รับความสำเร็จและชัยชนะอย่างแท้จริง
จากอุบัยดุลลอฮ์ บิน มุห์ซิน อัล-อันศอรี เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "ใครในหมู่พวกท่านที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าโดยมีร่างกายที่แข็งแรงปลอดภัยมีความปลอดภัยในที่พักพิงของเขา เเละปัจจัยยังชีพเพียงพอสำหรับวันนั้น มันก็เหมือนกับว่า เขาได้รับสิ่งดีทั้งหมดของโลกนี้เเล้ว"
บันทึกโดย อัต-ตัรมีซีย์ เเละอิบนุมาญะฮ์ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกเราว่า โอ้ มุสลิม ผู้ใดในหมู่พวกเจ้า ตื่นขึ้นมามีสุขภาพแข็งแรงและปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีความมั่นคงในตนเอง ครอบครัวของเขา ผู้อยู่ในอุปการะ และเส้นทางของเขา โดยไม่กลัว เขามีอาหารเพียงพอสำหรับวันเวลาของเขา ราวกับว่าโลกทั้งโลกถูกรวบรวมมาเพื่อเขา