





























Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
All
จากอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดใส่ผ้าไหมในโลกนี้ เขาจะไม่ได้ใส่มันอีกในโลกหน้า”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายว่าชายคนใดที่สวมผ้าไหมในโลกนี้จะไม่มีโอกาสได้สวมมันในชีวิตหลังความตายหากเขาไม่กลับใจโดยเป็นการลงโทษเขา
จากอบีสะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า: "ครั้งหนึ่งมุอาวิยะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้ออกมาหาคนกลุ่มหนึ่งในมัสยิด และกล่าวว่า "อะไรทำให้พวกท่านต้องนั่งอยู่ที่นี่?" พวกเขาตอบว่า "เรากำลังนั่งเพื่อทำการรำลึกถึงอัลลอฮ์" มุอาวิยะฮ์กล่าวว่า "พวกท่านสาบานต่ออัลลอฮ์ได้ไหมว่า ไม่มีสิ่งใดทำให้พวกท่านต้องนั่งแบบนี้ นอกจากเพื่อการรำลึกถึงอัลลอฮ์เท่านั้น?" พวกเขาตอบว่า "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ไม่มีสิ่งใดทำให้พวกเรานั่งแบบนี้ นอกจากเพื่อเรื่องนี้เท่านั้น" ท่านมุอาวิยะฮ์กล่าวว่า "จริงๆ แล้ว ฉันไม่ต้องการขอคำสาบานจากพวกท่านเพราะคิดไม่ดีต่อพวกท่านหรอก และไม่มีใครที่มีสถานะเหมือนกับฉันที่ใกล้ชิดกับท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ที่มีหะดีษน้อยกว่าฉัน:] และแท้จริง ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ออกไปหากลุ่มคนจากบรรดาเศาะฮาบะฮ์ของท่าน และถามว่า "อะไรทำให้พวกท่านนั่งอยู่ตรงนี้?" บรรดาเศาะฮาบะฮ์ตอบว่า "เรานั่งเพื่อรำลึกถึงอัลลอฮ์ และสรรเสริญพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงชี้นำเราสู่การเข้ารับอิสลาม และประทานความพอใจแห่งอิสลามแก่เรา" ท่านกล่าวว่า "พวกท่านสาบานต่ออัลลอฮ์ได้ไหมว่า ไม่มีสิ่งใดทำให้พวกท่านนั่งตรงนี้ นอกจากเพื่อการรำลึกถึงอัลลอฮ์เท่านั้น?" พวกเขาตอบว่า "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ไม่มีสิ่งใดทำให้พวกเรานั่งอยู่ที่นี่นอกจากเพื่อเรื่องนี้เท่านั้น" ท่านเราะซูลุลลอฮ์กล่าวว่า "แท้จริงฉันไม่ต้องการขอคำสาบานจากพวกท่าน เพราะคิดไม่ดีต่อพวกท่านหรอก แต่มลาอิกะฮ์ญิบรออีลได้มาหาฉันและบอกฉันว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอวดพวกท่านต่อหน้าเหล่าบรรดามลาอิกะฮ์"
บันทึกโดย มุสลิมมุอาวิยะฮ์ บิน อบีซุฟยาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้ออกมาหากลุ่มคนที่อยู่ในมัสยิด แล้วถามพวกเขาถึงสาเหตุที่ทำให้พวกเขารวมกลุ่มกันที่มัสยิด ดังนั้นพวกเขากล่าวว่า: เพื่อรำลึกถึงอัลลอฮ์ มุอาวิยะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ขอให้พวกเขาสาบานต่ออัลลอฮ์ เพื่อยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้รวมกลุ่มกันและนั่งกันที่มัสยิดเพื่อสิ่งอื่นใด นอกจากเพื่อการรำลึกถึงอัลลอฮ์เท่านั้น ดังนั้น พวกเขาก็สาบานต่ออัลลอฮ์ จากนั้นท่านได้กล่าวแก่พวกเขาว่า: "แท้จริงฉันไม่ได้ขอให้พวกท่านทำการสาบานเพื่อกล่าวหาหรือสงสัยใดๆ เกี่ยวกับความจริงใจของพวกท่านหรอก แล้วท่านมุอาวิยะฮ์ก็เล่าถึงสถานะของเขากับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยกล่าวว่าไม่มีใครมีสถานะที่ใกล้ชิดกับท่านนบีมากกว่าเขา เนื่องจากอุมมุฮะบีบะฮ์พี่สาวของเขาเป็นภรรยาของนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่บันทึกโองการของอัลลอฮ์ ถึงกระนั้นเขาก็เป็นผู้ที่รายงานฮาดีษน้อย ดังนั้น เขาจึงบอกพวกเขาว่า วันหนึ่งท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ออกจากบ้าน และพบว่าบรรดาเศาะฮะบะฮ์กลุ่มหนึ่งกำลังนั่งอยู่ในมัสยิดเพื่อรำลึกถึงอัลลอฮ์ สรรเสริญพระองค์ เนื่องด้วยพระองค์ทรงชี้นำพวกเขาได้นับถือศาสนาอิสลาม และทรงประทานความโปรดปรานแก่พวกเขา จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถามพวกเขาและให้พวกเขาสาบานต่ออัลลอฮ์เหมือนที่ท่านมุอาวิยะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้ทำกับเศาะฮาบะฮ์ของเขา จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกให้พวกเขาฟังถึงเหตุผลที่ท่านซักถามพวกเขาและขอให้พวกเขาสาบานว่า มลาอิกะฮ์ญิบรออีล อะลัยฮิสสลาม มาหาท่านและบอกท่านว่าอัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงภูมิใจและอวดพวกเจ้าต่อหน้าเหล่าบรรดามลาอิกะฮ์ และพระองค์ได้แสดงความโปรดปรานที่มีต่อพวกเจ้าแก่พวกเขา แสดงความดีของพวกเจ้าให้พวกเขาเห็น และทรงสรรเสริญพวกเจ้าต่อหน้าพวกเขา
จากญาบิร บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ท่านได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “หากคน ๆ หนึ่งต้องการเข้าบ้านของเขา แล้วได้กล่าวพระนามของอัลลอฮ์ขณะที่เขาจะเข้าไปและกล่าวเมื่อต้องการจะกินอาหาร ชัยฏอนจะกล่าวว่า “ไม่มีที่นอนและไม่มีอาหารค่ำสำหรับพวกเจ้าแล้ว และหากเขาเข้าไป และไม่กล่าวพระนามของอัลลอฮ์ขณะที่เขาจะเข้าไป ชัยฏอนจะกล่าวว่า : พวกเจ้ามีที่นอนแล้ว และเมื่อเขารับประทานอาหารแล้วไม่กล่าวพระนามของอัลลอฮ์ ชัยฏอนก็จะกล่าวว่า: พวกเจ้ามีที่นอนและมีอาหารค่ำกินแล้ว”
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สั่งให้รำลึกถึงอัลลอฮ์เมื่อจะเข้าบ้านและก่อนรับประทานอาหาร และหากคนหนึ่งคนใด ได้กล่าวพระนามของอัลลอฮ์ ด้วยการกล่าวว่า (บิสมิลลาฮ์) เมื่อเขาต้องการเข้าไปในบ้านของเขา และกล่าวเมื่อเริ่มรับประทานอาหาร ชัยฏอนก็จะกล่าวแก่สมุนของเขาว่า: พวกเจ้าไม่มีโอกาสได้ค้างคืนและไม่มีอาหารเย็นให้ทานในบ้านหลังนี้ ซึ่งเจ้าของบ้านได้ขอการปกป้องให้ห่างไกลจากพวกเจ้าด้วยการรำลึกถึงพระนามของอัลลอฮ์ ตะอาลา แต่ถ้าชายคนหนึ่งเข้าไปในบ้านของเขาและไม่กล่าวพระนามของอัลลอฮ์เมื่อเขาจะเข้าไปและไม่กล่าวเมื่อจะกินอาหาร ชัยฏอนก็จะกล่าวแก่สมุนของเขาว่า พวกเจ้ามีที่ให้ค้างคืนและมีอาหารเย็นให้รับประทานในบ้านหลังนี้
จากอบูมูซา อัลอัชอะรีย์ เราะฎิยัลลอฮ์อันฮุ รายงานว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "อุปมาเพื่อนที่ดีกับเพื่อนที่ไม่ดีนั้น อุปมัยดังคนที่มีน้ำหอม กับช่างตีเหล็ก กล่าวคือคนที่มีน้ำหอมนั้น เขาอาจจะมอบน้ำหอมให้แก่ท่าน หรือไม่ ท่านอาจจะซื้อน้ำหอมจากเขา หรืออย่างน้อยท่านก็ได้รับกลิ่นหอมจากเขาบ้าง ส่วนช่างตีเหล็กนั้น เขาอาจทำให้เสื้อผ้าของท่านถูกไฟเผาไหม้ หรือไม่ ก็อาจทำให้ท่านได้รับกลิ่นอันน่ารังเกียจ"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ยกตัวอย่างถึงมนุษย์สองประเภท: ประเภทที่หนึ่ง: สหายและมิตรที่ดีที่คอยชี้แนะสู่อัลลอฮ์และสู่สิ่งที่พระองค์พอพระทัย และคอยสนับสนุนในการเชื่อฟังพระองค์ อุปมาเพื่อนที่ดีนี้ อุปมัยดังคนขายน้ำหอม เขาอาจให้น้ำหอมแก่คุณหรือคุณจะซื้อมันจากเขา หรือคุณได้สัมผัสหรือได้รับกลิ่นหอมจากเขา ประเภทที่สอง: สหายและมิตรที่ไม่ดี ที่คอยขวางทางสู่อัลลอฮ์ คอยสนับสนุนให้ทำความชั่ว จะเห็นการกระทำที่ไม่ดีจากเขา และคุณจะกล่าวในทางที่ไม่ดี อันเนื่องจากคุณเป็นสหายและเป็นมิตรกับคนเช่นเขา อุปมาเพื่อนที่ไม่ดีนี้ อุปมัยเหมือนช่างตีเหล็กที่กำลังพ่นไฟ เขาอาจทำให้เสื้อผ้าของคุณถูกไฟไหม้จากประกายไฟ หรือคุณอาจได้กลิ่นเหม็นที่เกิดจากการใกล้ชิดกับเขา
จากอนัส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า : ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มักจะกล่าวว่า “ข้าแต่ผู้พลิกใจ ขอทรงให้จิตใจของข้าพระองค์มั่นคงในศาสนาของพระองค์เถิด” ฉันจึงกล่าวว่า โอ้ ท่านศาสนทูตแห่งพระผู้เป็นเจ้า เราศรัทธาในตัวท่านและในสิ่งที่ท่านนำมา ดังนั้นท่านกลัวอะไรต่อพวกเราอีกหรือ? เขากล่าวว่า: “ใช่แล้ว เพราะหัวใจนั้น อยู่ในระหว่างสองนิ้วของพระเจ้า พระองค์จะทรงพลิกมันเมื่อไหร่ก็ได้
บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ และอะห์มัดท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จะใส่ใจหมั่นเพียรขอมากที่สุด คือการขอความแน่วแน่จากพระเจ้าในเรื่องศาสนาและการเชื่อฟัง และให้ห่างไกลจากการเบี่ยงเบนและการหลงผิด อนัส บิน มาลิก เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ประหลาดใจที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม วิงวอนเช่นนี้บ่อยครั้ง ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกเขาว่าหัวใจนั้น อยู่ในระหว่างสองนิ้วของพระเจ้า และพระองค์จะทรงพลิกมันตามที่พระองค์ทรงประสงค์ หัวใจเป็นสถานที่แห่งการศรัทธา และปฏิเสธศรัทธา และหัวใจถูกเรียกว่าหัวใจเพราะมันผันผวนบ่อยครั้ง มันจะพลิกกลับได้มากกว่าน้ำเดือดในหม้อเสียอีก ผู้ใดก็ตามที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์ ก็จะตั้งหัวใจของเขาอยู่ในทางนำและแน่วแน่ในศาสนา และผู้ใดก็ตามที่อัลลอฮ์ประสงค์ ก็จะหันหัวใจของเขาออกจากทางนำไปสู่ความเบี่ยงเบนและการหลงทาง
จากอบูอุมามะห์ กล่าวว่า: อัมร์ บิน อะบะซะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ บอกฉันว่าเขาได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “พระผู้อภิบาลจะทรงอยู่ใกล้บ่าวมากที่สุดคือตอนท้ายของกลางดึก ดังนั้นหากเจ้าสามารถอยู่ในหมู่ผู้ที่ระลึกถึงพระเจ้าในเวลานั้นได้ ก็จงเป็นเสียเถิด”
บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอันนะซาอีย์ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอกว่า แท้จริงอัลลอฮ์ผู้ทรงอำนาจสูงสุดนั้นอยู่ใกล้บ่าวมากที่สุดในช่วงหนึ่งในสามสุดท้ายของกลางคืน ดังนั้นหากท่าน (โอ้ผู้ศรัทธา) ได้รับทางนำและมีความสามารถที่จะเป็นหนึ่งในผู้ที่สละเวลาเพื่ออิบาดะห์ (การนมัสการ) การละหมาด การรำลึกถึงอัลลอฮ์ และการกลับใจในช่วงเวลานี้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การฉวยโอกาสและพยายามปฏิบัติอย่างขยันขันแข็ง
จากเษาบาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “เงินทองที่ดีที่สุดที่คนๆ หนึ่งจะใช้จ่ายมัน คือ เงินทองที่เขาใช้จ่ายมันให้กับครอบครัวของเขา และเงินทองที่เขาจ่ายมันไปให้กับพาหนะของเขาในหนทางของอัลลอฮ์ และเงินทองที่เขาจ่ายมันแก่พวกพ้องของเขาเพื่ออัลลอฮ์” ท่านอบูกิลาบะฮ์ กล่าวว่า "และได้เริ่มด้วยครอบครัว" และท่านอบูกิลาบะฮ์กล่าวต่อว่า "แล้วใครเล่าจะมีความประเสริฐมากไปกว่าคนที่จ่ายให้ครอบครัวเล็กๆ เพื่อทำให้พวกเขาบริสุทธิ์ หรือเพื่ออัลลอฮ์ให้ประโยชน์แก่พวกเขาและทำให้พวกเขาไม่ต้องพึ่งใคร"
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายรูปแบบของการใช้จ่าย และท่านได้จัดลำดับการใช้จ่ายหากมีหลายด้านที่ต้องใช้จ่าย ที่วาญิบสำหรับคุณที่ต้องใช้จ่าย ดังนั้น ท่านนบี จึงเริ่มจากสิ่งที่สำคัญที่สุด ตามด้วยสิ่งที่สำคัญที่รองลงมา ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกให้รู้ว่า เงินทองที่ทำให้ได้ผลบุญมากที่สุด คือเงินทองที่วาญิบต้องใช้จ่ายแก่พวกเขา เช่น ภรรยาและลูกๆ จากนั้น คือการใช้จ่ายสำหรับพาหนะที่ใช้ในหนทางของอัลลอฮ์ จากนั้น คือการใช้จ่ายให้แก่พวกพ้อง มิตรสหาย ที่ร่วมญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์
จาก อบูสะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ซึ่งท่านได้ยินท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “เมื่อพวกเจ้าคนใดฝันเห็นสิ่งที่ชอบ แท้จริงมันนั้นมาจากอัลลอฮ์ ก็จงกล่าวว่าขอบคุณต่ออัลลอฮ์ และเมื่อพวกเจ้าคนใดฝันเห็นสิ่งไม่ดี นั่นมันมาจากชัยฏอน ก็จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์จากความชั่วช้าของมัน และอย่าพูดถึงมันให้ใครฟัง เพราะมันจะไม่เป็นอันตรายต่อเขา”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แจ้งว่าการฝันที่ดีที่สร้างความดีใจนั้นมาจากอัลลอฮ์ และแนะนำให้เขาขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งนั้น และพูดกล่าวถึงมัน และหากเขาเห็นสิ่งที่เขาเกลียดและเสียใจ แท้จริงมันมาจากชัยฏอน ดังนั้นให้เขาขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากความชั่วร้ายของมัน และอย่าเอ่ยถึงมันแก่ผู้ใดเลย มันจะไม่เป็นอันตรายต่อเขา เพราะพระเจ้าได้ทรงสร้างสิ่งที่ถูกกล่าวถึงนั้น เพื่อความปลอดภัยจากอันตรายอันเป็นผลจากการฝัน
จากศุฮัยบ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ช่างเป็นสิ่งที่แปลกยิ่งสำหรับสถานการณ์ของผู้ศรัทธา ทุกสถานการณ์ของเขาล้วนเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา และสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับใครนอกจากกับผู้ศรัทธาเท่านั้น หากเขาได้รับความดีเขาก็สำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์ และนั่นถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา และหากเขาประสบความยากลำบากเขาก็อดทน และการอดทนนั้นก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขาเช่นกัน”
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัม รู้สึกแปลกใจถึงสถานการณ์และสภาพของผู้ศรัทธาด้วยความรู้สึกที่ชื่นชม ทั้งนี้เพราะทุกสถานการณ์ของเขาล้วนเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา และสิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นกับใครนอกจากผู้ศรัทธาเท่านั้น หากเขาได้รับความดี เขาสำนึกในความกรุณาของอัลลอฮ์ ดังนั้น เขาก็จะได้รับผลบุญสำหรับการสำนึกนั้น และหากเขาประสบความยากลำบาก เขาก็อดทนและหวังการตอบแทนจากอัลลอฮ์ ดังนั้น เขาก็จะได้รับผลบุญจากการอดทนนั้น ดังนั้นเขาจะได้รับผลบุญในทุกสถานการณ์ของชีวิต