Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way






























Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้อธิบายว่า ไม่ว่าจะมีสิ่งใดมาประสบกับชีวิตของมุสลิม จะเป็นโรคร้ายต่างๆ ความกังวล ความโศกเศร้า ความเจ็บปวด ปัญหา ความทุกข์ยาก ความวิตก และความหิวโหย แม้กระทั้งหนามตำเขาแล้วทำให้เขาเจ็บ สิ่งนั้นจะเป็นการไถ่บาปให้แก่เขาและลบล้างบาปให้เขา
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ให้การอธิบายว่า นรกนั้นถูกห้อมล้อมด้วยสิ่งที่สอดคล้องกับความต้องการของอารมณ์ใฝ่ต่ำ ทั้งการกระทำในสิ่งที่ต้องห้าม และการละเมิดในหน้าที่การงาน ดังนั้นผู้ใดที่คล้อยตามอารมณ์ใฝ่ต่ำของตนเอง เขาจึงคู่ควรกับนรก ในขณะที่สวรรค์นั้นถูกห้อมล้อมด้วยสิ่งที่ขัดแย้งกับอารมณ์ใฝ่ต่ำ เช่น ความสม่ำเสมอในการปฎิบัติการงานที่ดี ความอดทนในการละทิ้งสิ่งที่ต้องห้าม ดังนั้น ผู้ใดที่พยายามเอาชนะให้เหนือความต้องการของอารมณ์ใฝ่ต่ำของเขา จึงเป็นที่คู่ควรกับสวนสวรรค์
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้อธิบายหน้าที่บางประการที่มุสลิมพึงมีต่อมุสลิมด้วยกัน ประการแรก คือ การตอบรับสลาม เมื่อมีผู้คนได้กล่าวสลามให้ ประการที่สอง คือ การเยี่ยมเยียนและการให้ความช่วยเหลือ เพื่อแบ่งเบาภาระของพี่น้องมุสลิมที่เจ็บป่วย ประการที่สาม คือ การนำผู้ตายจากที่อยู่อาศัยของผู้ตายไปยังมัสยิดเพื่อทำการละหมาด และนำส่งไปยังสุสานจนกระทั่งฝัง ประการที่สี่ คือ การตอบรับคำเชิญ เช่น การเชิญไปงานแต่ง เป็นต้น ประการที่ห้า คือ การดุอาอ์ให้เมื่อมีการจาม คือ การกล่าวว่า " يرحمك الله" หมายถึง ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาเจ้า เมื่อเขากล่าวว่า "الحمدلله" จากนั้นให้ผู้จามกล่าวตอบอีกครั้งว่า " يهديكم الله ويصلح بالكم" หมายถึง ขออัลลอฮ์ทรงชี้นำทางแก่เจ้าและทรงปรับปรุงเจ้า
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ขอความเมตตาจากเอกองค์อัลลอฮ์จงประสบแด่ทุกคนที่ทำการค้าขายอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเรียบง่าย ดังนั้นจงปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทอันดีงามต่อผู้ซื้อ และจงอย่าได้ทำให้เกิดความยากลำบากแก่ผู้ซื้อ จงให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเรียบง่ายเวลาซื้อ ดังนั้นจงอย่าดูถูกและลดมูลค่าของสินค้า จงให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเรียบง่ายเวลามีการทวงถามหนี้สิน ดังนั้นจงอย่ากดดันให้เกิดความหนักหน่วงต่อผู้ยากไร้และคนขัดสน แต่ปฎิบัติตนอย่างอ่อนโยนและมีความกรุณาต่อพวกเขา และจงพิจารณาในกรณีผู้มีหนี้สินล้นตัว
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวถึงคนที่ช่วยเหลือคนด้วยการบริการให้ยืมเงิน หรือ ทำการค้าขายในแบบผ่อนชำระ เขาได้กล่าวกับคนที่เขาใช้ในการทวงหนี้สินของเขาว่า หากเจ้าไปหาคนที่เป็นหนี้ซึ่งกำลังลำบากอันไม่อาจใช้หนี้ได้ ก็จงปล่อยเลยพวกเขาเถิด ด้วยการผ่อนปรน และอย่าได้กดดันพวกเขา หรือรับตามสภาพกำลังที่เขามี แม้จะใช้หนี้ได้ไม่หมดก็ตาม โดยหวังว่าอัลลอฮ์จะทรงปล่อยเลยพวกเขา และจะทรงยกโทษให้กับเรา ดังนั้น เมือเขาก็ได้กลับไปหาอัลลอฮ์ อัลลอฮ์ก็ทรงยกโทษให้เขาและปล่อยเลยเขาจากความผิดของเขา
ท่านนบี ﷺ ได้สอนไว้สามประการ ดังนี้: ประการแรก: การยำเกรงต่ออัลลอฮ์ โดยการปฏิบัติสิ่งที่ถูกกำหนดให้ทำ และละเว้นจากสิ่งต้องห้าม ในทุกสถานที่ ทุกเวลา และทุกสภาพ ไม่ว่าจะเป็นในที่ลับหรือในที่เปิดเผย ทั้งในยามสุขสบายและยามทุกข์ยาก และในกรณีอื่น ๆ ด้วย ประการที่สอง: เมื่อเผลอทำความผิด (บาป) ลงไปแล้ว ก็จงกระทำความดีตามหลัง เช่น การละหมาด การบริจาคทาน การทำความดี การรักษาความสัมพันธ์เครือญาติ การกลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮ์) และการงานดีอื่น ๆ เพราะแท้จริงแล้วสิ่งเหล่านี้จะลบล้างความผิดนั้นได้ ประการที่สาม: การประพฤติตนต่อผู้อื่นด้วยมารยาทที่ดี เช่น ยิ้มให้กัน มีความเมตตาและอ่อนโยน ทำความดี และงดเว้นจากการทำร้ายผู้อื่น
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอกว่า หากมุสลิมสองคนใช้ดาบเผชิญหน้าต่อสู้กัน ต่างฝ่ายต่างตั้งใจที่จะฆ่าอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นผู้ที่ฆ่าจะต้องเข้านรกเพราะเขาเป็นคนลงมือฆ่าเพื่อนของเขาโดยตรง และบรรดาเศาะหาบะฮ์เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับผู้ที่ถูกฆ่า จึงถามว่า: เขาจะต้องเข้านรกได้อย่างไร? ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงตอบว่า แท้จริงเขาเองก็ต้องเข้านรกเช่นกัน เนื่องจากความพยายามของเขาที่จะฆ่าเพื่อนของเขาเช่นกัน และไม่มีสิ่งใดขัดขวางเขาจากการฆ่าคู่ต่อสู้ได้ นอกจากผู้ที่ฆ่านั้นได้ชิงฆ่าเขาก่อน
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายว่า: แท้จริง ทุกการกระทำนั้นจะถูกพิจารณาดูที่การเจตนา ซึ่งหลักการนี้ครอบคลุมทุกการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอิบาดะฮ์(การเคารพภักดี)หรือเรื่องมุอามะละฮ์(การเป็นอยู่ในสังคม) ดังนั้นผู้ใดที่ตั้งเจตนาในการปฏิบัติการงานของเขาเพื่อประโยชน์ใดๆ ก็ตาม เขาจะไม่ได้รับสิ่งใดนอกจากผลประโยชน์ดังกล่าวและเขาจะไม่ได้รับผลบุญใดๆ จากการกระทำนั้น และผู้ใดที่ตั้งเจตนาในปฏิบัตินั้นเพื่อเข้าใกล้อัลลอฮ์ เขาก็จะได้รับผลตอบแทนและรางวัลจากการกระทำของเขา แม้ว่าสิ่งที่เขาได้กระทำนั้นเป็นเรื่องปกติทั่วไปก็ตาม เช่น การกินและดื่ม จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ยกตัวอย่างให้เห็นถึงผลของการตั้งเจตนาที่มีต่อการกระทำ ทั้งๆ ที่มันเป็นการกระทำที่เท่าเทียมกันในภาพลักษณ์ภายนอก ท่านได้อธิบายว่า ผู้ใดที่ตั้งใจในการอพยพออกจากบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อแสวงหาความพอพระทัยจากพระผู้อภิบาลของเขา การอพยพของเขาก็จะเป็นการอพยพที่ถูกต้องตามหลักศาสนา เป็นที่ถูกตอบรับ และเขาจะได้รับผลบุญเป็นการตอบแทนตามเจตนาที่เขาได้ตั้งใจไว้ และผู้ใดที่อพยพเพื่อหวังผลประโยชน์ทางโลกนี้ จะเป็นทรัพย์สิน เงินทอง เกียรติยศ การค้า หรือภรรยา เขาจะไม่ได้รับสิ่งใดๆ จากการอพยพของเขาเว้นแต่ผลประโยชน์ที่เขาได้ตั้งใจไว้เท่านั้น และจะไม่มีผลบุญหรือรางวัลใดๆ สำหรับเขา
มีเศาะฮาบะฮ์คนหนึ่ง เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้ขอให้ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ช่วยชี้แนะทางให้แก่เขาซึ่งสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่เขา ดังนั้น ท่านนบีจึงกำชับเขาไม่ให้โกรธ ซึ่งหมายความว่า ให้เขาหลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆ ที่จะทำให้เกิดความโกรธ และกำชับเขาให้ควบคุมตนให้ได้เมื่อมีความโกรธเกิดขึ้น ดังนั้น อย่าให้ความโกรธของเขายืดเยื้อไปสู่การฆ่า หรือทุบตี หรือดูหมิ่น เป็นต้น และชายผู้นี้ได้ขอให้ท่านนบีชี้แนะเขาซ้ำหลายครั้ง ซึ่งท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็ไม่ได้ชี้แนะอะไรเพิ่มเติมมากไปกว่าคำว่า “อย่าโกรธ”