





























Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
All
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ได้กล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพตรัสว่า: เราได้เตรียมไว้แล้วให้แก่บรรดาบ่าวของเราที่ดี ซึ่งสิ่งที่สายตาของพวกเขาไม่เคยเห็น หูไม่เคยได้ยิน และใจก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อน” อบูฮุรัยเราะห์กล่าวว่า: อ่านดูสิว่าหากเจ้าปรารถนา: { ดังนั้น จึงไม่มีชีวิตใดรู้สิ่งที่ถูกซ่อนไว้สำหรับพวกเขา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตา เป็นการตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้} (อัซ-ซัจญดะฮ์: 17)
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม รายงานว่าพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์และสูงสุดตรัสว่า: ข้าได้เตรียมและจัดเตรียมเกียรติยศสำหรับปวงบ่าวผู้ทรงคุณธรรมของข้าในสวนสวรรค์ ซึ่งไม่มีดวงตาใดเคยเห็น ไม่มีหูใดเคยได้ยิน และไม่มีสิ่งใดที่เคยเกิดขึ้นหรือผ่านเข้าไปในจิตใจของมนุษย์เลยในลักษณะของมัน อบูฮูรัยเราะห์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: พวกเจ้าจงอ่าน หากพวกเจ้าต้องการ: {ดังนั้น จึงไม่มีชีวิตใดรู้สิ่งที่ถูกซ่อนไว้สำหรับพวกเขา ให้เป็นที่รื่นรมย์แก่สายตา เป็นการตอบแทนในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำไว้} (ซูเราะฮ์ อัซ-ซัจญดะฮ์ : 17)
จากอบูอับดุลลอฮ์ อัล-ญะดะลีย์ กล่าวว่า: ฉันถามท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาของผู้ศรัทธา เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เกี่ยวกับอุปนิสัยของท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม โดยนางกล่าวว่า: "เขาไม่เป็นผู้ที่พูดจาหยาบคาย ไม่ใช่คนลามก ไม่ขึ้นเสียงในตลาด และเขาจะไม่ตอบแทนความชั่วด้วยความชั่ว แต่เขาจะให้อภัยและยกโทษ"
บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ และอะห์มัดอาอิชะฮ์ มารดาของศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮาถูกถามเกี่ยวกับอุปนิสัยของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และนางกล่าวว่า: เขาไม่ได้หยาบคายและน่าเกลียดในคำพูดของเขาและ การกระทำ และไม่แสร้งทำเป็นลามกอนาจารหรือจงใจทำมัน และไม่ใช่คนพูดเสียงดังในตลาด และไม่ตอบแทนความชั่วด้วยความชั่ว แต่ท่านตอบแทนด้วยการทำความดี ทรงอภัยจากภายใน และปล่อยวางและผินหลังให้จากสิ่งเหล่านั้นจากภายนอก
จากฮานิอ์ คนรับใช้ของท่านอุษมาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: เมื่อใดก็ตามที่อุษมานยืนอยู่บนหลุมศพ เขาจะร้องไห้จนเคราของเขาเปียก และมีคนกล่าวแก่เขาว่า: สวรรค์และนรกถูกกล่าวขึ้นเจ้าไม่ร้อง แต่เจ้าจะร้องไห้ในเรื่องนี้? เขากล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "สุสานเป็นจุดพักพิงแรกของโลกอาคิเราะฮ์ หากเขารอดพ้น สิ่งที่อยู่หลังจากนั้นจะง่ายกว่าสำหรับเขา และหากเขาไม่รอดพ้น แน่นอนสิ่งที่จะมาหลังจากนั้นจะรุนแรงกว่า"
บันทึกโดย อัต-ตัรมีซีย์ เเละอิบนุมาญะฮ์ท่านอะมีรุลมุมินีน อุษมาน บิน อัฟฟาน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เมื่อท่านยืนอยู่บนหลุมศพ เขาจะร้องไห้จนน้ำตาเปียกเครา และมีผู้กล่าวแก่เขาว่า: เมื่อสวรรค์และนรกถูกกล่าว ทำไมท่านไม่ร้องไห้เพื่อโหยหาสวรรค์หรือกลัวนรก! และท่านมาร้องไห้ต่อหลุมศพกระนั้นหรือ? เขากล่าวว่า: แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกว่าหลุมศพคือระยะแรกของชีวิตหลังความตาย ดังนั้นหากเขารอดจากมัน ระยะต่อไปก็จะง่ายกว่านั้น และหากเขาไม่รอดจากความทรมานของมัน การลงโทษที่ตามมาหลังจากนั้นนั้นรุนแรงยิ่งกว่าสิ่งที่อยู่ในนั้น
จากบะฮ์ซิ บิน ฮะกีม จากบิดาของเขา จากปู่ของเขา กล่าวว่า: ฉันได้กล่าวว่า: “โอ้ ท่านรอซูลของอัลลอฮ์! ผู้ใดที่ฉันควรให้ความดีและปฏิบัติด้วยความกตัญญูมากที่สุด?” ท่านกล่าวว่า: “แม่ของเจ้า แล้วก็แม่ของเจ้า แล้วก็แม่ของเจ้า แล้วต่อด้วยพ่อของเจ้า แล้วจึงลำดับต่อไปยังผู้ที่ใกล้ชิดที่สุดตามลำดับ"
บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอะห์มัดท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า มนุษย์ที่ควรแก่การทำดีต่อเขา เมตตาต่อเขา ปฏิบัติต่อเขาด้วยความกรุณา อยู่กับเขาด้วยดี และเป็นเพื่อนที่สนิทสำหรับเขา คือมารดา และท่านเน้นย้ำถึงสิทธิของมารดาเหนือผู้อื่นโดยกล่าวซ้ำสามครั้ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของนางเหนือกว่าคนอื่นทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น หลังจากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวเพิ่มเติมเพื่ออธิบายถึงบุคคลถัดไปที่ควรได้รับความดีและความกตัญญูว่า: “ต่อจากแม่ก็คือพ่อ จากนั้นคือญาติที่ใกล้ชิดที่สุดตามลำดับ และยิ่งญาติคนนั้นใกล้ชิดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งสมควรได้รับการเชื่อมสัมพันธ์และการดูแลมากกว่าผู้ที่ไกลออกไป”
จากอบูสะอีด อัลคุดรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดกล่าวว่า "เราะดีตุบิลลาฮิร็อบบา วะบิลอิสลามมะดีน่า วะบิมุฮัมมะดิน เราะซูลา": ความว่า (ฉันพอใจแล้วที่อัลลอฮ์เป็นพระผู้อภิบาลของฉัน และฉันก็พอใจแล้วที่อิสลามเป็นศาสนาของฉัน และฉันก็พอใจแล้วที่มุฮัมหมัดเป็นเราะซูลของฉัน) สวรรค์ก็จำเป็นสำหรับเขาแล้ว“
บันทึกโดย อบูดาวูดท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม แจ้งว่าผู้ใดที่กล่าวว่า: (ฉันพอใจแล้วที่อัลลอฮ์เป็นพระผู้อภิบาลของฉัน) คือควรแก่การเคารพภักดี ผู้ให้การขัดเกลา ผู้เป็นเจ้าของ ผู้เป็นนายและผู้ปฏิรูป (พอใจกับอิสลาม) ด้วยบทบัญญัติทั้งหมดของคำสั่งและข้อห้าม (เป็นศาสนา) คือแนวทาง กฎหมาย ความเชื่อและการเชื่อฟัง (และพอใจกับมูฮัมหมัดเป็นผู้ส่งสาร) และผู้เผยพระวจนะ ด้วยทุกสิ่งที่เขาถูกส่งมาและถ่ายทอดมาให้เรา เว้นแต่ว่าสวรรค์จะต้องเป็นของเขา
จากอุบาดะฮ์ บิน อัศศอมิต เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ผู้ซึ่งได้ร่วมสงครามบะดัร และเป็นหนึ่งในผู้นำในคืนอะเกาะบะอ์ กล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าว ขณะที่รอบตัวเขาก็มีกลุ่มสาวกของเขา ว่า: "พวกเจ้าจงให้คำมั่นสัญญาแก่ฉันว่าจะไม่ตั้งภาคีใดๆ กับอัลลอฮ์ ไม่ลักขโมย ไม่ผิดประเวณี ไม่ฆ่าลูกหลาน ไม่ใส่ร้ายแก่กันทั้งต่อหน้าและลับหลัง ไม่ฝ่าฝืนในเรื่องการทำความดี บุคคลใดในพวกเจ้าได้สัญญาแล้ว จะได้รับการตอบแทนสิ่งที่ดีจากอัลลอฮ์ และผู้ใดได้กระทำผิดข้อหนึ่งข้อใด อัลลอฮ์จะลงโทษบนโลกนี้นั่นคือการลบล้างบาปให้แก่เขา และผู้ใดได้กระผิดข้อหนึ่งข้อใดแล้วอัลลอฮ์ปกปิดไว้ เป็นเรื่องของอัลลอฮ์ หากพระองค์ทรงประสงค์พระองค์ก็จะอภัย หากพระองค์ทรงประสงค์พระองค์ก็จะลงโทษ" พวกเราจึงทำการให้คำมั่นสัญญากับเขาถึงสิ่งเหล่านั้น
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมอุบาดะฮ์ บิน อัศศอมิต เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้ร่วมสงครามที่ยิ่งใหญ่ที่บะดัร และเขาเป็นผู้นำกลุ่มชนของเขาที่ออกมาให้คำมั่นสัญญาว่าจะจงรักภักดีที่จะสนับสนุนท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในคืนอะเกาะบะฮ์ ณ ทุ่งมีนา - เมื่อท่านศาสนทูตอยู่ในนครมักกะฮ์ก่อนจะอพยพไปยังมะดีนะฮ์ - ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กำลังนั่งอยู่ในหมู่สาวกของเขา เขาขอให้พวกเขาเหล่านั้นสัญญาบางอย่างแก่เขา ว่า: ประการแรก: พวกเขาไม่ตั้งภาคีใด ๆ ในการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม ประการที่สอง: อย่าได้ขโมย ประการที่สาม: ไม่ล่วงประเวณี ประการที่สี่: ไม่ฆ่าลูก ๆ ของพวกเขา; ลูกผู้ชายที่กลัวความยากจน หรือลูกผู้หญิงที่กลัวความอับอาย ประการที่ห้า: ไม่ใส่ร้ายต่อกันทั้งด้วยมือและเท้า เนื่องจากการกระทำส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับสองอวัยวะนั้น แม้ว่าอวัยวะที่เหลือจะมีส่วนร่วมก็ตาม ประการที่หก: ไม่ฝ่าฝืนท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ในสิ่งที่ดี ใครก็ตามในหมู่พวกเขาที่ยึดมั่นในสัญญาและปฏิบัติตามนั้น รางวัลของเขาจะอยู่ที่อัลลอฮ์ และใครก็ตามที่กระทำสิ่งหนึ่งตามที่ได้ถูกกล่าวถึง นอกเหนือจากการตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ จะถูกลงโทษในโลกนี้ด้วยการลงโทษที่ถูกกำหนดแก่เขาแล้ว มันเป็นการไถ่บาปแก่เขา และบาปนั้นก็จะถูกริบไป และใครก็ตามที่กระทำการนั้นแล้วอัลลอฮ์ก็ทรงปกปิดเขาไว้ เรื่องของเขาก็ขึ้นอยู่กับอัลลอฮ์ หากพระองค์ทรงประสงค์ พระองค์ก็จะทรงอภัยโทษ และหากพระองค์ประสงค์ พระองค์ก็จะทรงลงโทษเขา บรรดาผู้ที่อยู่ในวงสนทนานนั้นได้ให้คำมั่นสัญญาแก่ท่านนบี ถึงสิ่งเหล่านั้น
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "อิสลามได้เริ่มอย่างแปลกหน้า และต่อไปอิสลามก็จะหวนกลับมาสู่ความแปลกหน้าเหมือนที่อิสลามได้เริ่มมาแล้ว ดังนั้นบรรดาความดีงามอันมากมายจงประสบแก่บรรดาคนแปลกหน้า"
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกเราว่าอิสลามเริ่มต้นด้วยการเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดในหมู่คนจำนวนน้อย และมีผู้ศรัทธาเพียงไม่กี่คน และมันจะกลับมาแปลกประหลาดอีกครั้ง ด้วยจำนวนน้อยของผู้ที่ยืนหยัดในหลักการของมันเช่นเดียวกับตอนที่เริ่มต้น ดังนั้น ความน่ายินดีและความสุขจงมีแด่ผู้แปลกประหลาด และพวกเขาจงมีความปลื้มปิติและความสุขในหัวใจ
จากท่านซะฮัล บิน สะอ์ดิน เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้กล่าวว่า: "พวกเจ้าพึงระวังและอย่าดูถูกบาปเล็กๆ ทั้งหลาย เพราะแท้จริงอุปมาของบาปเล็กๆ นั้น อุปไมยดั่งกลุ่มชนหนึ่งที่ลงพักที่ก้นหุบเขา เเล้วคนนี้ก็เอากิ่งไม้มา คนนั้นก็เอากิ่งไม้มา (กิ่งไม้เล็กๆ) จนกระทั่งพวกเขาสามารถทำให้ขนมปังของพวกเขาสุกได้ (ด้วยเชื้อเพลิงจากกิ่งไม้เล็กๆเหล่านั้น) และแท้จริงบาปเล็กทั้งหลายนั้น เมื่อใดที่เจ้าของของมันถูกเอาโทษ มันก็ทำให้เขาประสบกับความหายนะได้เช่นกัน"
บันทึกโดย อะห์มัดท่านนบีศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เตือนถึงอันตรายของการมองข้ามบาปเล็กๆ น้อยๆ และการสะสมมันจนมากมาย ซึ่งอาจนำไปสู่ความหายนะได้ โดยท่านยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับกลุ่มคนที่ลงไปในหุบเขา แต่ละคนเก็บฟืนเล็กๆ มาคนละท่อน จนในที่สุดพวกเขาสามารถก่อไฟจนทำไห้ขนมปังสุกได้ด้วยฟืนที่รวมกันเหล่านั้น เช่นเดียวกับบาปเล็กๆ ที่เมื่อสะสมไว้โดยไม่สำนึกผิดหรือไม่ได้รับการอภัยจากอัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอาจนำไปสู่ความหายนะได้ในที่สุด
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "แท้จริง ฉันได้ถูกบังเกิดให้เป็นศาสนฑูตเพื่อทำให้จริยธรรมอันดีงามมีความสมบูรณ์"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ในหนังสืออัลอะดับ อัลมุฟร็อด อะหมัด และอัล-บัยฮะกีย์ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกว่าพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพทรงส่งท่านมาเพื่อเติมเต็มคุณธรรมและศีลธรรมอันดี โดยที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถูกส่งมาเพื่อเติมเต็มศาสนฑูตก่อนหน้าท่าน และเพื่อทำให้ศีลธรรมอันดีของชาวอาหรับสมบูรณ์แบบ ซึ่งพวกเขารักความดีและเกลียดชังความชั่วร้าย ผู้คนที่เปี่ยมด้วยความสง่างาม ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความกล้าหาญ ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ถูกส่งมาเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องในศีลธรรมของพวกเขา เช่น การโอ้อวดเรื่องเชื้อสาย ความเย่อหยิ่ง การดูถูกคนยากจน และอื่นๆ