





























Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
All
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ตรัสว่า: ลูกหลานอาดัมได้ติเตียนข้า โดยที่พวกเขาได้ด่าทอกาลเวลา และแท้จริงข้า (อัลลอฮ์) คือกาลเวลา และในพระหัตถ์ของข้านั้น คืออำนาจแห่งการงานทั้งหลาย ข้าได้ผันเปลี่ยนกลางคืนและกลางวัน"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านศาสนทูตศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม แจ้งว่า อัลลอฮ์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสในฮะดีษกุดซีว่า: "มนุษย์ทำให้ข้าพระองค์เจ็บปวดและลดค่าของข้าพระองค์ เมื่อเขาด่าทอและตำหนิกาลเวลาในเวลาที่มีภัยหรือความยากลำบากเกิดขึ้น เพราะแท้จริงพระองค์ทรงเป็นผู้บริหารจัดการทุกสิ่งเพียงผู้เดียวและเป็นผู้กำหนดเหตุการณ์ต่าง ๆ ทั้งหมด ดังนั้น การด่าทอกาลเวลา คือการด่าทอพระองค์ อัลลอฮ์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ซึ่งกาลเวลานั้นเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างและควบคุมทุกเหตุการณ์ภายในมันด้วยพระประสงค์ของพระองค์
จากท่านอบู รุก็อยยะฮ์ นั่นคือ ตะมีม อิบนุ เอาส์ อัด-ดารีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ศาสนาคือการตักเตือน" พวกเราถามว่า :เพื่อใคร? ท่านตอบว่า : เพื่ออัลลอฮ์ เพื่อคัมภีร์ของพระองค์ เพื่อเราะซูลของพระองค์ เพื่อผู้นำมุสลิม และเพื่อมุสลิมทั่วไป"
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอกว่า ศาสนาอิสลามตั้งอยู่บนพื้นฐานของความบริสุทธิ์ใจและความซื่อสัตย์ เพื่อให้ศาสนาได้รับการปฏิบัติตามที่อัลลอฮ์ได้ทรงบัญชาไว้อย่างสมบูรณ์ปราศจากความผิดพลาดหรือการฉ้อฉลใด ๆ จากนั้นก็มีการกล่าวแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า: การตักเตือนมีไว้เพื่อใครบ้าง ? ท่านตอบว่า: หนึ่ง: ตักเตือนเพื่ออัลลอฮ์ ตะอาลา ด้วยการบริสุทธิ์ใจเพื่อพระองค์ในการปฏิบัติการงาน ไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ ศรัทธาในความเป็นผู้ทรงอภิบาล ความเป็นพระเจ้าของพระองค์ และศรัทธาในพระนามและคุณลักษณะของพระองค์ สรรเสริญให้เกียรติต่อคำสั่งของพระองค์ และเรียกร้องสู่การศรัทธาต่อพระองค์ สอง: ตักเตือนเพื่อคัมภีร์ของพระองค์ ซึ่งก็คือคัมภีร์อัลกุรอาน: ด้วยการศรัทธาว่าอัลกุรอานเป็นคำพูดของพระองค์และเป็นคัมภีร์เล่มสุดท้ายของพระองค์ และเป็นคัมภีร์ที่ยกเลิกบทบัญญัติทั้งหมดที่มาก่อนหน้านั้น เราสรรเสริญอัลกุรอาน เราอ่านอัลกุรอานด้วยการอ่านอย่างแท้จริง เราปฏิบัติต่อโองการที่ชัดเจนเด็ดขาด เรามอบหมายเกี่ยวกับโองการที่คลุมเครือ เราปกป้องอัลกุรอานจากการตีความของผู้บิดเบือน และเราสำนึกในเนื้อหาของอัลกุรอาน และเผยแพร่ศาสตร์ต่างๆ ของอัลกุรอาน และเราเรียกร้องสู่การศรัทธาต่ออัลกุรอาน. สาม: ตักเตือนเพื่อศาสนทูตของพระองค์ คือท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม : ด้วยการที่เรานั้นศรัทธาว่าท่านคือศาสนทูตคนสุดท้าย ศรัทธาในสิ่งที่ท่านได้นำมา ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านและหลีกห่างจากข้อห้ามของท่าน เราจะไม่เคารพสักการะต่ออัลลอฮ์นอกจากด้วยสิ่งที่ท่านได้นำมาเท่านั้น เราสรรเสริญให้เกียรติท่าน กระจายการเรียกร้องของท่าน เผยแพร่บทบัญญัติของท่าน และปฏิเสธข้อกล่าวหาที่มีต่อท่าน สี่: ตักเตือนเพื่อผู้นำของมุสลิมทั้งหลาย ด้วยการช่วยเหลือพวกเขาบนสัจธรรม และไม่โต้เถียงกับพวกเขา รับฟังและปฏิบัติตามพวกเขาในเรื่องที่อยู่ในกรอบของการเชื่อฟังต่ออัลลอฮ์ ห้า: ตักเตือนเพื่อบรรดามุสลิมทั่วไป ด้วยการทำดีต่อพวกเขา เรียกร้องพวกเขาไปสู่ความดี ละเว้นจากการทำร้ายพวกเขา รักที่จะให้พวกเขาได้รับความดี และร่วมมือกับพวกเขาในสิ่งที่ดีและเกิดความยำเกรงต่ออัลลอฮ์
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ทุกๆ ข้อต่อของร่างกายมนุษย์จำเป็นต้องทำการบริจาคทานเศาะดะเกาะฮ์ (เพื่อเป็นการขอบคุณทดแทนต่ออัลลอฮฺที่ทรงประทานข้อต่อเหล่านั้น) ในทุกๆ วันที่ดวงอาทิตย์ยังขึ้นอยู่ ซึ่งการที่ท่านให้ความเป็นธรรมระหว่างคนสองคนก็เป็นการบริจาคทาน การที่ท่านช่วยเหลือชายคนหนึ่งในเรื่องสัตว์พาหนะของเขาโดยท่านพยุงเขาให้ขึ้นขี่มันหรือช่วยยกสัมภาระขึ้นบนสัตว์พาหนะของเขา ล้วนเป็นการบริจาคทาน คำพูดที่ดีก็เป็นการบริจาคทาน ทุกๆ ย่างก้าวที่ท่านเดินไปละหมาดก็เป็นการบริจาคทาน และการที่ท่านขจัดสิ่งที่เป็นอันตรายหรืออาจก่อความเดือดร้อนออกจากท้องถนนก็เป็นการบริจาคทานเช่นกัน"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายว่า มุสลิมทุกคนมีหน้าที่ต้องทำการเศาะดะเกาะฮ์ทุกวันตามจำนวนข้อต่อของกระดูกของเขาเป็นการเศาะดะเกาะฮ์แบบสมัครใจเพื่ออัลลอฮ์ ตะอาลา เพื่อเป็นการขอบคุณพระองค์ที่พระองค์ได้มอบความสุขสบายให้ และพระองค์ทรงทำให้ข้อต่อกระดูกของเขาสามารถใช้ในการหดตัวและยืดออกได้ และแท้จริงแล้ว การเศาะดะเกาะฮ์นั้นเกี่ยวกับการทำความดีทั้งหมดและไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเศาะดะเกาะฮ์เงินทองเท่านั้น เช่น: ความเป็นธรรมของเจ้าและการสร้างความปรองดองระหว่างคนสองคนถือเป็นการเศาะดะเกาะฮ์ การที่คุณให้การช่วยเหลือคนที่ไม่สามารถจัดการสัตว์ของเขา ดังนั้นคุณช่วยยกเขาขึ้นบนสัตว์ หรือช่วยยกของให้เขาถือเป็นการเศาะดะเกาะฮ์ คำพูดที่ดีไม่ว่าจะเป็นการรำลึกถึงอัลลอฮ์ การขอดุอาอ์ การให้สลาม และอื่นๆ ทั้งหมดนั้น ถือเป็นการเศาะดะเกาะฮ์ ทุกย่างก้าวที่ก้าวเดินไปยังมัสยิด ถือเป็นการเศาะดะเกาะฮ์ การขจัดสิ่งอันตรายบนทางเดิน ถือเป็นการเศาะดะเกาะฮ์
จากอุบาดะฮ์ อิบนุ ศอมิต เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: พวกเราได้ทำการสัตยาบันต่อท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่าจะเชื่อฟังและปฏิบัติตามทั้งในยามทุกข์และในยามสุข ในสภาพที่เต็มใจและไม่เต็มใจ และอดทนต่อการถูกเลือกปฏิบัติ และไม่โต้เถียงเรื่องการปกครองกับผู้มีอำนาจ และเราจะกล่าวในสิ่งที่ถูกต้องในทุกที่ที่เราอยู่ เราจะไม่กลัวในหนทางของอัลลอฮ์ต่อการติเตียนของใคร.
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้รับคำมั่นสัญญาและข้อตกลงจากบรรดาเศาะฮาบะฮ์ของท่านในการยอมจำนนต่อผู้มีอำนาจและผู้ปกครองทั้งในสภาพที่สะดวกสบายและยากลำบาก ในสภาพที่มีความมั่งคั่งและความยากจน และไม่ว่าคำสั่งของพวกเขาจะมาจากสิ่งที่จิตใจปรารถนาหรือเกลียดชังก็ตาม แม้ว่าผู้ปกครองนั้นจะเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองนั้นด้วยการใช้งบส่วนรวมหรือตำแหน่งหรืออื่นๆ ก็ตาม ก็จำเป็นต้องฟังและปฏิบัติตามด้วยความชอบธรรม และไม่ออกไปต่อต้านพวกเขา เพราะฟิตนะฮ์ และความเลวร้าย ที่เกิดจากการต่อสู้กับพวกเขานั้นยิ่งใหญ่และรุนแรงกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากการกดขี่จากพวกเขา และส่วนหนึ่งจากการให้คำมั่นสัญญาที่พวกเขาได้ให้กับท่านเราะซูล คือพวกเขาจะพูดความจริงในทุกที่ด้วยความจริงใจต่ออัลลอฮ์ โดยจะไม่กลัวผู้ใดที่ตำหนิติเตียนพวกเขา
จากอุมมิสะละมะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัม กล่าวว่า: “จะมีบรรดาผู้นำในอนาคต พวกท่านรู้จักพวกเขาและพวกท่านปฏิเสธ (การฝ่าฝืนของพวกเขา) ผู้ใดที่รู้(และเกลียดชังการฝ่าฝืนของพวกเขา) เขาก็เป็นอิสระ (จากความรับผิดชอบของเขา) ผู้ใดปฏิเสธมัน เขาก็ปลอดภัย” และถ้าผู้ใดพอใจและปฏิบัติตามพวกเขา” บรรดาเศาะฮาบะฮ์ถามว่า “โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์! เราจะสู้กับพวกเขาได้หรือไม่?” ท่านตอบว่า “ไม่ได้ ตราบใดที่พวกเขายังคงละหมาดอยู่!”
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอกว่า จะมีการแต่งตั้งผู้นำมาบริหารพวกเรา ซึ่งพวกเรารู้ถึงการปฏิบัติของเขาดีเพราะสอดคล้องกับสิ่งที่เป็นที่รู้กันในศาสนา และพวกเราจะปฏิเสธในบางการกระทำของพวกเขาเพราะสวนทางกับศาสนา ดังนั้นใครก็ตามที่เกลียดด้วยใจของเขา และไม่สามารถปฏิเสธมันได้ แท้จริงเขาได้พ้นจากบาปและจากการเป็นมุนาฟิกแล้ว ผู้ใดที่สามารถหยุดยั้งมันด้วยมือหรือด้วยการพูดคุย และเขาก็ได้ทำการหยุดยั้งการกระทำนั้น เขาก็จะพ้นจากบาปและพ้นจากการเป็นคนที่มีส่วนร่วมในบาปนั้น แต่ใครก็ตามที่พอใจกับการกระทำของพวกเขา และปฏิบัติตามการกระทำนั้น เขาจะประสบกับความพินาศเหมือนที่พวกเขาได้พินาศ จากนั้นพวกเขาได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัม ว่า: "พวกเราสามารถต่อสู้กับบรรดาผู้นำที่มีลักษณะอย่างนั้นได้ไหม? ท่านนบี ห้ามพวกเขากระทำในลักษณะนั้น โดยท่านกล่าวว่า "ไม่ได้ ตราบใดที่พวกเขายังคงดำรงการละหมาดในหมู่พวกเจ้า"
จากอบูมูซา อัลอัชอะรีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ท่านเราะสูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "เมื่อบ่าวคนหนึ่งได้เจ็บป่วยหรือเดินทาง จะมีการบันทึกผลบุญให้เเก่เขา เหมือนกับที่เขาเคยปฏิบัติการงานนั้นในตอนที่เขาไม่ได้เดินทางและมีสุขภาพดีอยู่"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอกกล่าวถึงความโปรดปรานและความเมตตาของอัลลอฮ์ โดยหากมุสลิมคนหนึ่งที่ชีวิตปกติของเขามักจะกระทำความดีอยู่เสมอในขณะที่เขามีสุขภาพดี และไม่ได้เดินทาง จากนั้นหากเขาล้มป่วยและไม่สามารถกระทำในสิ่งที่ตนเคยทำในยามสบาย หรืออยู่ในระหว่างการเดินทาง ดังนั้น เขาจะได้รับการบันทึกผลบุญเต็มจำนวนเหมือนกับว่าเขาได้กระทำในยามที่เขาสบายและอยู่กับบ้าน.
จากตะมีม อัดดารีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ แท้จริง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : "ศาสนาคือการตักเตือน" พวกเราถามว่า :เพื่อใคร? ท่านตอบว่า : เพื่ออัลลอฮ์ เพื่อคัมภีร์ของพระองค์ เพื่อเราะซูลของพระองค์ เพื่อผู้นำมุสลิม และเพื่อมุสลิมทั่วไป"
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้บอก ว่าศาสนาอิสลามตั้งอยู่บนพื้นฐานของความบริสุทธิ์ใจและความซื่อสัตย์ เพื่อให้ศาสนาได้รับการปฏิบัติตามที่อัลลอฮ์ได้ทรงบัญชาไว้อย่างสมบูรณ์ปราศจากความผิดพลาดหรือฉ้อฉลใด ๆ จากนั้นก็มีการกล่าวแก่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า: การตักเตือนมีไว้เพื่อใครบ้าง ? ท่านตอบว่า: หนึ่ง: ตักเตือนเพื่ออัลลอฮ์ ตะอาลา: ด้วยการบริสุทธิ์ใจเพื่อพระองค์ในการปฏิบัติการงาน ไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ ศรัทธาในความเป็นผู้ทรงอภิบาล ความเป็นพระเจ้าของพระองค์ และศรัทธาในพระนามและคุณลักษณะของพระองค์ สรรเสริญให้เกียรติคำสั่งของพระองค์ และเรียกร้องสู่การศรัทธาต่อพระองค์ สอง: ตักเตือนเพื่อคัมภีร์ของพระองค์ ซึ่งก็คือคัมภีร์อัลกุรอาน: ด้วยการศรัทธาว่าอัลกุรอานเป็นคำพูดของพระองค์ เป็นคัมภีร์เล่มสุดท้ายของพระองค์ และเป็นคัมภีร์ที่ยกเลิกบทบัญญัติที่มาก่อนหน้ามันทั้งหมด เราต้องสรรเสริญอัลกุรอาน อ่านอัลกุรอานด้วยการอ่านอย่างที่ควร ปฏิบัติตามโองการที่ชัดเจนเด็ดขาด มอบหมายโองการที่คลุมเครือ ปกป้องอัลกุรอานจากการตีความของผู้บิดเบือน เชื่อฟังคำตักเตือนของอัลกุรอาน เผยแพร่ศาสตร์ต่าง ๆ ของอัลกุรอาน และเรียกร้องสู่การศรัทธาต่ออัลกุรอาน สาม: ตักเตือนเพื่อศาสนทูตของพระองค์ คือท่านนบีมูฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม : ด้วยการที่เรานั้นศรัทธาว่าท่านคือศาสนทูตคนสุดท้าย ศรัทธาในสิ่งที่ท่านได้นำมา ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านและหลีกเลี่ยงข้อห้ามของท่าน เราจะไม่เคารพสักการะต่ออัลลอฮ์นอกจากด้วยสิ่งที่ท่านได้นำมาเท่านั้น เราสรรเสริญให้เกียรติท่าน กระจายการเรียกร้องของท่าน เผยแพร่บทบัญญัติของท่าน และปฏิเสธข้อกล่าวหาที่มีต่อท่าน สี่: ตักเตือนเพื่อผู้นำของมุสลิมทั้งหลาย: ด้วยการช่วยเหลือพวกเขาบนสัจธรรม และไม่โต้เถียงกับพวกเขา รับฟังและปฏิบัติตามพวกเขาในเรื่องที่อยู่ในกรอบของการเชื่อฟังต่ออัลลอฮ์ ห้า: ตักเตือนเพื่อบรรดามุสลิมทั่วไป : ด้วยการทำดีต่อพวกเขา เรียกร้องพวกเขาไปสู่ความดี ละเว้นจากการทำร้ายพวกเขา รักที่จะให้พวกเขาได้รับความดี และร่วมมือกับพวกเขาในสิ่งที่ดีและเกิดความยำเกรงต่ออัลลอฮ์
จากอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวว่า : ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวในบ้านของฉันหลังนี้ว่า : “โอ้อัลลอฮ์ ใครก็ตามที่ได้รับมอบหมายให้มีอำนาจดูแลกิจการของประชาชาติของฉัน แล้วสร้างความยากลำบากให้กับพวกเขา ขอพระองค์จงสร้างความยากลำบากให้กับเขา และใครก็ตามที่ได้รับมอบหมายให้มีอำนาจดูแลกิจการของประชาชาติของฉัน แล้วได้ปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความอ่อนโยน ขอพระองค์จงมีความอ่อนโยนต่อเขา”
บันทึกโดย มุสลิมท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ดุอาอ์สาปแช่งให้ทุกคนที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจการต่างๆ ของมุสลิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ และไม่ว่าจะเป็นการปกครองทั่วไปหรือการปกครองเฉพาะกิจ แล้วเขาได้สร้างความยากลำบากแก่พวกเขาไม่มีความปรานีต่อพวกเขา ขอให้อัลลอฮ์ตอบแทนเขาตามแบบที่เขาได้กระทำไว้ โดยให้เขาได้รับความยากลำบากด้วย และผู้ใดที่อ่อนโยนต่อพวกเขาและอำนวยความสะดวกในกิจการของพวกเขา ขอให้อัลลอฮ์มีความอ่อนโยนต่อเขาและอำนวยความสะดวกในกิจการของเขา
จากมะกิล บินยะซ๊าร อัลมุซะนีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : แท้จริงฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า : “ไม่มีบ่าวคนใดที่อัลลอฮ์ทรงให้เขามีหน้าที่ปกครองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แล้วในวันที่เขาเสียชีวิตนั้น เขาเสียชีวิตในสภาพที่เขาทุจริตต่อผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองของเขา เว้นแต่อัลลอฮ์จะทรงห้ามสวรรค์สำหรับเขา”
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกว่าทุกคนที่อัลลอฮ์ ตะอาลา ได้ทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองและเป็นผู้รับผิดชอบเหนือผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทั่วไป เช่น ผู้นำประเทศ หรือผู้นำเฉพาะ เช่น การเป็นผู้นำของผู้ชายในครอบครัวของเขาและผู้หญิงในบ้านของนาง แล้วเขาได้ละเลยสิทธิของผู้ที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขา ทุจริตพวกเขา และไม่ชี้แนะพวกเขา จนทำให้พวกเขาต้องเสียสิทธิทางศาสนาและทางโลก แน่นอนเขาสมควรได้รับการลงโทษอย่างรุนแรงนี้