





























Hadeeth Cards
Da'wa cards that highlight great meanings from the noble prophetic hadiths in a simple style and attractive display that helps the Muslim to have a deeper understanding of his religion in an easy way
All
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ เล่าว่าแท้จริง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ได้ยืนต่อหน้าผู้คนบางกลุ่มที่กำลังนั่งอยู่และกล่าวว่า: "จะให้เราแจ้งให้พวกเจ้าทราบถึงผู้คนดี จากผู้คนชั่วในหมู่พวกเจ้าหรือไม่? เขากล่าวว่า: พวกเขาจึงนิ่งเงียบ และท่านกล่าวเช่นนี้ถึงสามครั้ง ชายคนหนึ่งกล่าวว่า: ใช่แล้ว โอ้ท่านศาสนาทูตแห่งอัลลอฮ์ โปรดบอกเราถึงผู้คนดีและผู้คนชั่วในหมู่พวกเราเถิด ท่านกล่าวว่า: “คนที่ดีที่สุดในหมู่พวกท่าน คือผู้ที่เมื่ออยู่ใกล้แล้วทำให้คาดหวังความดีจากเขาได้ และปลอดภัยจากความชั่วของเขา ส่วนคนที่เลวที่สุดในหมู่พวกท่าน คือผู้ที่ไม่สามารถคาดหวังความดีใด ๆ จากเขาได้ และไม่ปลอดภัยจากความชั่วของเขา”
บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ได้ยืนอยู่ต่อหน้าสหายกลุ่มหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ แล้วกล่าวถามพวกเขาว่า: “จะให้เราสอนพวกเจ้า หรือ บอกพวกเจ้าว่าใครดีที่สุดในหมู่พวกเจ้า และใครเลวร้ายที่สุดในหมู่พวกเจ้าหรือไม่?” พวกเขาไม่พูดหรือตอบคำถามใดๆ เพราะกลัวที่จะถูกแยกแยะระหว่างผู้คนดีและผู้คนชั่วในหมู่พวกเขา และกลัวความอับอาย จึงยังคงนิ่งเงียบอยู่ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ได้ถามซ้ำพวกเขาถึงสามครั้ง และหนึ่งในนั้นก็ตอบว่า “ใช่แล้ว โอ้ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ โปรดบอกเราเกี่ยวกับผู้คนที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดในหมู่พวกเราเถิด” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม ได้อธิบายแก่พวกเขาว่า คนที่ดีที่สุดในหมู่พวกเจ้าคือผู้ที่ความดี ความกรุณา และความชอบธรรมของเขาเป็นที่รอคอยและหวังจากเขา และผู้ที่ความชั่วร้ายของเขาเป็นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ดังนั้นจะไม่ต้องกลัวการรุกราน อันตราย หรือการอธรรมของเขา และคนที่ชั่วที่สุดในหมู่พวกเจ้า คือผู้ที่ไม่มีใครหวัง รอคอย หรือปรารถนาความดี ความเมตตา หรือความชอบธรรมจากเขา และไม่ปลอดภัยจากความชั่วร้ายของเขา แต่กลัวการรุกราน อันตราย และการกดขี่ของเขา
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ไม่ถือว่าเป็นการขอบคุณอัลลอฮ์ สำหรับบุคคลที่ไม่ได้ขอบคุณมนุษย์"
บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอะห์มัดท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: ผู้ใดที่ไม่ขอบคุณผู้อื่นสำหรับความดีและความกรุณาที่พวกเขาได้ทำเพื่อเขา ย่อมเป็นการไม่ขอบคุณพระเจ้า เพราะทั้งสองเรื่องนี้เชื่อมโยงกัน เพราะเป็นธรรมชาติและนิสัยของเขาที่จะเนรคุณต่อความช่วยเหลือของผู้อื่นและไม่ขอบคุณพวกเขา นิสัยของเขาที่จะเนรคุณต่อความโปรดปรานของอัลลอฮ์ และละเลยการขอบคุณพระองค์สำหรับความโปรดปรานเหล่านั้น
จากอัลฮะซัน กล่าวว่า: จุนดับ บิน อับดุลลอฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ บอกเราในมัสยิดแห่งนี้ และเราไม่เคยลืมตั้งแต่เขาบอกเรา และเราไม่กลัวว่าจุนดับจะโกหกใส่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เขากล่าวว่า: ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ชายคนหนึ่งในกลุ่มชนก่อนหน้าพวกเจ้า เขาได้รับบาดเจ็บ และเขาไม่สามารถทนความเจ็บปวดของพิษบาดแผลได้ เขาจึงใช้มีดตัดมือของตัวเอง ทำให้เลือดไหลออกมาจนกระทั่งเขาเสียชีวิต อัลลอฮ์ ผู้ทรงสูงส่ง จึงได้ตรัสว่า: " บ่าวของข้าได้เร่งเอาชีวิตของเขาไปเอง ดังนั้น ข้าได้ห้ามสวรรค์แก่เขาแล้ว"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกเราว่าในบรรดาคนก่อนหน้าเรานั้นมีชายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ เขาเกิดอาการหวาดกลัวและทนความเจ็บปวดไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงหยิบมีดตัดมือของเขา เพื่อเร่งให้เสียชีวิต ทำให้เลือดไหลไม่หยุดจนกระทั่งเสียชีวิต พระเจ้าผู้ทรงอำนาจ ตรัสว่า: บ่าวของข้าได้เร่งเอาชีวิตของเขาไปเอง ดังนั้น ข้าได้ห้ามสวรรค์แก่เขาแล้ว
จากอิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "โอ้ อัลลอฮ์ แด่พระองค์ฉันยอมจำนน แด่พระองค์ฉันศรัทธา แด่พระองค์ฉันได้มอบหมายการงาน ยังพระองค์ฉันได้กลับไปหา(เพื่อจัดการทุกเรื่องในชีวิต) และด้วย(หลักฐานของ)พระองค์ฉันได้โต้เถียงเพื่อพระองค์ โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครองด้วยเดชานุภาพของพระองค์ ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การสักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น ขอจากพระองค์อย่าทำให้ฉันหลงทาง(หลงผิด) พระองค์ทรงมีชีวิตยั่งยืนไม่มีวันตาย ในขณะที่มวลญินและมนุษย์ทั้งหลายนั้นย่อมประสบกับความตายทั้งสิ้น"
บันทึกโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม และนี่คือสำนวนของมุสลิม ส่วนอัลบุคอรีย์ได้บันทึกไว้โดยย่อหนึ่งในคำวิงวอนของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม คือเขากล่าวว่า: (โอ้ อัลลอฮ์ แด่พระองค์ฉันยอมจำนน ) และฉันได้ยินยอม (แด่พระองค์ฉันศรัทธา) ฉันศรัทธาและยืนหยัดเชื่อมั่น (แด่พระองค์ฉันได้มอบหมายการงาน) ฉันได้มอบหมายให้และพึ่งพา (ยังพระองค์ฉันได้กลับไปหา) ฉันกลับไปและพบเจอ (และด้วยพระองค์ฉันได้โต้เถียง) โต้เถียงกับศัตรูของพระองค์ (โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอความคุ้มครอง) และฉันขอพึ่งพิง (ด้วยเดชานุภาพของพระองค์) ในความคุ้มครองของพระองค์ และชัยชนะของพระองค์ (ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การสักการะนอกจากพระองค์เท่านั้น) ไม่มีผู้ใดที่ควรแก่การสักการะอย่างแท้จริงนอกจากพระองค์ (ขอจากพระองค์อย่าทำให้ฉันหลงทาง) จากทางที่ถูกต้องและความสำเร็จจนเป็นที่พอใจของพระองค์ (พระองค์ทรงมีชีวิตยั่งยืนไม่มีวันตาย ) ไม่พินาศ (ในขณะที่มวลญินและมนุษย์ทั้งหลายนั้นย่อมประสบกับความตายทั้งสิ้น)
จากอิมรอน บิน ฮุซ็อยน์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า: ชายคนหนึ่งมาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และกล่าวว่า: "ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน" ท่านนบีตอบกลับแก่เขา จากนั้นเขาก็นั่งลง และท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: “ สิบ" แล้วอีกคนก็มาพูดว่า: "ขอความสันติสุขและความเมตตาของพระเจ้าจงมีแด่ท่าน" ท่านนบีตอบแก่เขา แล้วนั่งลง แล้วท่านนบีพูดว่า: "ยี่สิบ" หลังจากนั้น แล้วอีกคนก็มาพูดว่า: "ขอความสันติสุข ความเมตตา และพระพรของพระเจ้าจงมีแด่ท่าน" ท่านนบีตอบแก่เขา แล้วนั่งลงไป แล้วท่านนบีพูดว่า: "สามสิบ"
บันทึกโดย อบูดาวูด อัต-ติรมิซีย์ อะหฺหมัด และอัด-ดารีมีย์ชายคนหนึ่งมาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และกล่าวว่า: (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) และท่านนบีตอบเขา จากนั้นเขาก็นั่งลง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: ถูกเขียนความดีสิบเท่าให้แก่เขา แล้วอีกคนหนึ่งก็เข้ามากล่าวว่า: (ขอความสันติสุขและความเมตตาจากอัลลอฮ์จงมีแด่ท่าน) และท่านนบีก็ตอบเขา แล้วเขาก็นั่งลง ดังนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: ถูกเขียนความดียี่สิบเท่าให้แก่เขา จากนั้นอีกคนก็มาและกล่าวว่า: (ขอความสันติสุข ความเมตตา และพระพรของพระเจ้าจงมีแด่ท่าน) ท่านนบีก็ตอบเขาและเขาก็นั่งลง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า ถูกเขียนความดีสามสิบเท่าให้แก่เขา หมายถึงสำหรับทุกคำจะมีความดีสิบเท่า
จากอับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "โอ้อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอต่อพระองค์ซึ่งทางนำ ความยำเกรง ความบริสุทธิ์ เเละความร่ำรวย "
บันทึกโดย มุสลิมส่วนหนึ่งจากคำวิงวอนของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมคือ: “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ขอการนำทางจากพระองค์” คือเส้นทางตรงของการรู้ความจริงและปฏิบัติตามสิ่งนั้น “และความยำเกรง” คือการเชื่อฟังคำสั่งและการหลีกเลี่ยงข้อห้าม “และความบริสุทธิ์” คือละเว้นจากสิ่งที่ไม่ได้รับอนุญาตทั้งคำพูดหรือการกระทำ และ “ความร่ำรวย” คือจากสิ่งถูกสร้าง โดยไม่ต้องพึ่งใครเลยนอกจากพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพของเขา
จากท่านหญิงอาอิชะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า: ฉันกล่าวกับท่านนบีศ็อลลัลลอฮ์อลัยฮิวะสัลลัม ว่า “สำหรับซอฟียะห์ เพียงพอแล้วที่เธอเป็นเช่นนั้นและเช่นนี้” ผู้บันทึกหนึ่งกล่าวว่า: หมายถึงนางเตี้ย ท่านนบีกล่าวว่า: "แท้จริงแล้ว เจ้าได้กล่าวคำหนึ่ง ซึ่งหากผสมกับน้ำทะเล น้ำทะเลก็จะเปลี่ยนสีเพราะคำคำนั้น" นางกล่าวต่อว่า: “และฉันได้เลียนแบบลักษณะของคนหนึ่งให้ท่านฟัง” ท่านจึงกล่าวว่า: "ฉันไม่ชอบเลยที่ฉันจะล้อเลียนใครคนหนึ่ง แม้ว่าฉันจะได้สิ่งนั้นและสิ่งนี้ก็ตาม"
บันทึกโดย อบูดาวูด อัตติรมิซีย์ และอะห์มัดอาอิชะฮ์ มารดาแห่งศรัทธาชน เราะฎิยัลลอฮุอันฮา กล่าวกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมว่า : สำหรับซอฟียะห์ (หมายถึงภรรยาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) เพียงพอแล้วที่เธอมีข้อบกพร่องทางร่างกาย คือเธอเตี้ย ดังนั้นท่านนบีจึงพูดว่า: เจ้าพูดคำหนึ่ง หากว่ามันผสมกับน้ำทะเล ก็คงจะทำให้มันเปลี่ยนสภาพไปเป็นแน่แท้ และทำให้มันเสียหาย เธอกล่าวว่า: และฉันก็ทำบางอย่างที่เหมือนกับการกระทำของบางคน เพื่อที่จะลดฐานะของเขาลง ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม จึงกล่าวว่า: ฉันไม่มีความสุขที่จะพูดเกี่ยวกับข้อบกพร่องของเขาหรือเลียนแบบเขาและทำอย่างที่เขาทำหรือพูดอย่างที่เขาพูดเพื่อให้เกิดข้อบกพร่องขึ้น แม้ว่าฉันจะได้รับสิ่งดีมามากมายในโลกนี้ก็ตาม
จากญาบิร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ รายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "ผู้ใดที่กล่าว: "ซุลหานัลลอฮิลอาซีม วะบิหัมดิฮ์" ความว่า (มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์ ผู้ทรงยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์) จะถูกปลูกต้นอินทผลัมหนึ่งต้นเตรียมไว้แก่เขาในสวนสวรรค์"
บันทึกโดย อัต-ติรมีซีย์ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม บอกว่าใครก็ตามที่กล่าวว่า: (มหาบริสุทธิ์แด่พระเจ้า) และพระองค์ทรงบริสุทธิ์แด่พระองค์เอง (ผู้ยิ่งใหญ่) ด้วยตัวตน คุณลักษณะ และการกระทำของพระองค์ (และด้วยการสรรเสริญจงมีแด่พระองค์) ควบคู่ไปกับการเพิ่มคุณลักษณะแห่งความสมบูรณ์แบบแด่พระองค์ ผู้ทรงบริสุทธิ์ โดยที่ต้นอินทผลัมจะถูกปลูกให้แก่เขาในดินแดนสวรรค์ทุกครั้งที่เขากล่าวคำนั้น
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า: "พวกเจ้าทั้งหลายจงอย่าอิจฉาริษยากัน จงอย่าคดโกงกัน จงอย่าเกลียดชังกัน จงอย่าทะเลาะกัน และอย่าซื้อขายทับซ้อนข้อเสนอของกันและกัน และขอให้พวกท่านทั้งหลายเป็นบ่าวของอัลลอฮ์ที่มีความรักฉันท์พี่น้องกัน มุสลิมด้วยกันนั้นคือพี่น้องกัน จะต้องไม่ทำร้ายกัน ไม่ทำให้เขาต้องเสียใจ ไม่ดูถูกเหยียดหยามกัน ความยำเกรง(ตักวา)นั้นอยู่ตรงนี้"แล้วท่านนบีก็ชี้ที่หน้าอกของท่านสามครั้ง และท่านกล่าวต่อไปอีกว่า "เป็นการเพียงพอแล้วที่จะเรียกว่า คนเลว สำหรับคนที่ดูถูกเหยียดหยามพี่น้องมุสลิมด้วยกัน มุสลิมทุกคนจะต้องได้รับการคุ้มครองไว้ ซึ่งชีวิต ทรัพย์สินและเกียรติของเขา”
บันทึกโดย มุสลิมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม สั่งเสียให้มุสลิมทำดีต่อพี่น้องมุสลิมของเขา และอธิบายหน้าที่และมารยาทบางประการที่เขาต้องทำมันต่อพวกเขา ได้แก่: ประการแรก: อย่าอิจฉาต่อกัน โดยเป็นการปรารถนาให้ความโปรดปรานของผู้อื่นสูญสิ้นไป ประการที่สอง: อย่าคดโกงกัน โดยที่ขึ้นราคาสินค้าในขณะที่เขาไม่ต้องการซื้อมัน แต่เขาต้องการสร้างประโยชน์ให้กับผู้ขายหรือทำร้ายผู้ซื้อ ประการที่สาม: อย่าเกลียดชังกันซึ่งหมายถึง ความปรารถนาให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น อันเป็นสิ่งตรงข้ามกับความรัก เว้นแต่การเกลียดชังเพื่ออัลลอฮ์ผู้ทรงฤทธานุภาพ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่จำเป็นต้องปฏิบัติ ประการที่สี่: อย่าหันหลังให้กัน โดยการที่แต่ละคนในหมู่พวกท่านหันหลังให้พี่น้องของเขา แสดงการเมินเฉย และตัดสัมพันธ์จากเขา ประการที่ห้า: ไม่ควรให้ผู้ใดขายสินค้าทับการขายของผู้อื่น โดยการพูดกับผู้ที่ซื้อสินค้าไปแล้วว่า: "ฉันมีสินค้าประเภทเดียวกันในราคาที่ถูกกว่า" หรือ "ฉันมีสินค้าที่คุณภาพดีกว่าในราคาเดียวกัน" แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ก็กล่าวสั่งเสีย โดยเป็นการสั่งเสียที่ครอบคลุมว่า: จงเป็นเหมือนพี่น้องกัน โดยการละเว้นสิ่งที่ถูกห้ามไว้ และโดยการมอบความรักใคร่ ความอ่อนโยน ความเมตตา ความเอาใจใส่ และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในความดี พร้อมกับการมีจิตใจที่บริสุทธิ์ และการให้คำแนะนำที่จริงใจในทุกสถานการณ์ และจากข้อพึงปฏิบัติที่เป็นผลมาจากความเป็นพี่น้องนี้คือ: คือการที่เขาจะต้องไม่อธรรมต่อพี่น้องมุสลิมของเขา และไม่ละเมิดสิทธิของเขา และไม่ปล่อยให้พี่น้องมุสลิมของเขาถูกอธรรม และปล่อยให้เขาตกต่ำลงในสถานะที่สามารถช่วยเหลือเขาได้ และขจัดการอธรรมไปจากเขา และอย่าดูหมิ่นเขา และมองดูเขาด้วยความรังเกียจและดูถูก อันเนื่องจากความโอหัง จากนั้นท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม อธิบายสามครั้งว่า ความยำเกรงนั้นอยู่ที่หัวใจ และใครก็ตามที่มีความยำเกรงในหัวใจก็จะนำไปสู่การมีมารยาทที่ดี ความยำเกรงต่ออัลลอฮ์ และการรู้ว่าอัลลอฮ์ทรงเฝ้ามองเขาอยู่ เขาจะไม่ดูถูกพี่น้องมุสลิมของเขา และถือว่าเพียงพอแล้วกับคุณสมบัติที่ชั่วร้าย และมารยาทที่ไม่ดี ด้วยการดูหมิ่นพี่น้องมุสลิมด้วยกัน นี่เป็นเพราะความโอหังที่มีในหัวใจของเขา จากนั้น ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้ยืนยันสิ่งที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าทุกสิ่งเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับมุสลิมต่อมุสลิมด้วยกันนั้นคือ : เลือดของเขา: โดยการทำร้ายเขาด้วยการฆ่าหรืออะไรก็ตามที่น้อยกว่านั้น เช่น การทำร้ายร่างกาย การทุบตี และอื่นๆ ที่คล้ายกัน เช่นเดียวกันทรัพย์สมบัติของเขา: โดยเอามันไปจากเขาอย่างอธรรม และเช่นเดียวกันเกียรติของเขาอ: โดยการดูหมิ่นเขาหรือเชื้อสายของเขา